เทียบผลงาน วิลเลี่ยมส์ กับ ชอว์

ตัวหลักในอนาคต ? เทียบผลงาน วิลเลี่ยมส์ กับ ชอว์ ในการชิงตำแหน่งแบ็กซ้าย แมนยู

ฤดูกาลนี้ถือเป็นซีซั่นที่ผลผลิตจากอะคาเดมี่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำผลงานได้ดีหลายคน ไม่ว่าจะเป็น มาร์คัส แรชฟอร์ด, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, เมสัน กรีนวู้ด และ แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ แต่รายหลังสุดต่างจาก 3 คนแรก เพราะเขาเพิ่งได้โอกาสเล่นกับทีมชุดใหญ่เป็นฤดูกาลแรก

เดิมทีไม่มีใครคาดคิดว่าเจ้าหนูวัย 19 ปี จะทำผลงานได้ดี แต่กลับกลายเป็นว่าเขาโชว์ฟอร์มได้เหนือความคาดหมาย และการที่เขาเล่นได้ดีก็กลายเป็นการกระตุ้นให้ ลุค ชอว์ ที่เคยไม่มีคู่แข่งในตำแหน่งนี้ ต้องพัฒนาฟอร์มของตัวเองเพื่อที่จะไม่โดนแย่งตำแหน่งด้วย ซึ่งก็มีหลายนัดที่ ชอว์ เล่นได้ดีจริงๆ จนทำให้กลายเป็นผลดีต่อ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปในตัว

ทั้งนี้ การที่ วิลเลี่ยมส์ ทำผลงานได้โดดเด่นทำให้มีข่าวลือว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่คิดที่จะเสริมทัพในตำแหน่งแบ็กซ้ายหลังจบฤดูกาลนี้ เพราะคิดว่าเขามีดีพอที่จะเป็นกำลังหลักของทีมในอนาคต และวันนี้เราจะมาเปรียบเทียบผลงานในลีกประจำซีซั่นนี้ของ วิลเลี่ยมส์ กับรุ่นพี่อย่าง ชอว์ กัน เพื่อดูว่าเขามีดีพอที่จะเป็นกำลังหลักให้ทีมในภายภาคหน้ามากน้อยแค่ไหน

  • เกมรับ
    ตลอดทั้งซีซั่นนี้ ชอว์ ได้ลงเล่นในลีกไป 18 นัด แบ่งเป็นตัวจริง 14 เกม และตัวสำรอง 4 หน ส่วน วิลเลี่ยมส์ ได้ลงสนามไป 12 เกม แบ่งเป็นตัวจริง 9 นัด กับตัวสำรอง 3 ครั้ง ซึ่งในด้านเกมรับทั้งคู่ก็มีค่าเฉลี่ยไล่เลี่ยกัน โดย ชอว์ สกัดโดนบอลเฉลี่ย 1.5 ครั้งต่อเกม ส่วน วิลเลี่ยมส์ อยู่ที่ 1.3 ครั้งต่อนัด

นอกจากนี้ ผลงานด้านการตัดบอลโดยที่ไม่ต้องพุ่งเสียบของพวกเขาก็ไล่เลี่ยกันด้วย โดยของ ชอว์ อยู่ที่ 1 ครั้งต่อเกม ขณะที่ วิลเลี่ยมส์ ทำได้ 0.8 ครั้งต่อนัด อย่างไรก็ตาม การเคลียร์บอลให้พ้นจากพื้นที่อันตราย ชอว์ ทำได้เหนือกว่าเยอะ ด้วยค่าเฉลี่ย 2.4 ครั้งต่อเกม ขณะที่ของ วิลเลี่ยมส์ อยู่ที่ 1.1 ครั้งต่อนัด

นอกจากนี้ ชอว์ ก็ยังยืนรักษาพื้นที่ได้ดีกว่าจนทำให้โดนคู่แข่งเลี้ยงบอลผ่านไปได้น้อยกว่า วิลเลี่ยมส์ ด้วย เพราะค่าเฉลี่ยด้านนี้ของเจ้าตัวอยู่ที่ 0.6 ครั้งต่อเกมเท่านั้น ขณะที่ วิลเลี่ยมส์ โดนเลี้ยงบอลผ่านไป 1.3 หนต่อนัด

  • เกมรุก
    ในขณะที่ในด้านเกมรับ ชอว์ ทำได้ดีกว่าในหลายด้าน แถมยังมีบางด้านที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน แต่ในประเด็นเกมรุกแล้วนั้น วิลเลี่ยมส์ ทำได้น่าพอใจกว่า ชอว์ ตลอดทั้งฤดูกาลนี้เขาเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งเฉลี่ย 1 ครั้งต่อเกม ส่วนของรุ่นพี่อยู่ที่ 0.6 ครั้งต่อนัด

นอกจากนี้ วิลเลี่ยมส์ ยังเรียกฟาวล์ได้เฉลี่ยเกมละ 1 ครั้งด้วย ขณะที่ ชอว์ ทำได้เพียง 0.3 ครั้งต่อนัดเท่านั้น แถมเขายังผ่านบอลระยะยาวเข้าเป้ามากกว่าอีกต่างหาก ด้วยการมีค่าเฉลี่ย 0.9 ครั้งต่อเกม ส่วนอดีตแข้ง เซาธ์แฮมป์ตัน ทำได้เพียง 0.5 ครั้งต่อนัด

ถ้าจะมีผลงานเกมรุกด้านไหนที่ วิลเลี่ยมส์ ด้อยกว่า ชอว์ ก็คงจะเป็นเปอร์เซ็นต์ก่านผารบอลโดยรวม เพราะถึงแม้ วิลเลี่ยมส์ จะผ่านบอลระยะยาวได้ดีกว่า แต่ถ้านับรวมการผ่านบอลระยะสั้นเข้าไปด้วยมันก็ทำให้เขามีเปอร์เซ็นต์ผ่านบอลเข้าเป้า 83.5 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ของ ชอว์ อยู่ที่ 87 เปอร์เซ็นต์

  • การจับบอลและการครองบลอล
    จากการที่ยังมีประสบการณ์ไม่มากนัก ทำให้ วิลเลี่ยมส์ ยังมีความผิดพลาดในด้านการจับบอลและการเก็บบอลเอาไว้กับตัวอยู่บ้าง ในฤดูกาลนี้เขาจับบอลพลาดจนทืให้บอลหลุดจากเท้าเอง 1.4 ครั้งต่อนัด ขณะที่ ชอว์ อยู่ที่ 0.6 ครั้งต่อเกมเท่านั้น

นอกจากนี้ ชอว์ ยังโดนคู่แข่งแย่งบอลไปจากเท้าเพียงแค่ 0.2 ครั้งต่อเกมเท่านั้นด้วย ขณะที่ วิลเลี่ยมส์ อยู่ที่ 0.5 ครั้งต่อเกม

สรุป : วิลเลี่ยมส์ เล่นเกมรุกได้โดดเด่นจนสามารถเพิ่มความอันตรายให้กับเกมบุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ แต่ในด้านเกมรับแล้วนั้นเขายังมีจุดที่ด้อยกว่า ชอว์ แบบน่าเป็นห่วงอยู่บ้าง แน่นอนว่าในอีกสัก 2-3 ฤดูกาลต่อจากนี้เขามีโอกาสที่จะแก้ไขตรงจุดนั้นและเป็นกำลังหลักให้กับทีมได้ แต่ถ้าเป็นในซีซั่นหน้าทันทีก็อาจจะยังเร็วไปหน่อย