8 ประเด็นเด็ดจากศึกพรีเมียร์ลีกสัปดาห์ล่าสุด

ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2019/20 กำลังจะเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายแล้ว ซึ่งการแข่งขันในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น มีหลายเรื่องหลายประเด็นให้พูดถึง โดยเฉพาะเกม “แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้” ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด รวมถึงเกมที่ แอนฟิลด์ และนี่คือ 8 ประเด็นเด่นที่ได้จากการแข่งขันวีกล่าสุด

“ผี” ช่วยปูทางให้ “หงส์” มุ่งสู่แชมป์

แน่นอนว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องการชัยชนะเพื่อตัวเอง แต่การคว้าชัยเหนือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คู่ปรับร่วมเมือง 2-0 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้ ลิเวอร์พูล ได้รับประโยชน์ไปด้วย เพราะมันส่งผลให้ “หงส์แดง” เขยิบเข้าใกล้ไปอีกก้าว สำหรับการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ซึ่งจะถือเป็นแชมป์ลีกสูงสุดสมัยแรกนับตั้งแต่ปี 1990… พูดง่ายๆ ลิเวอร์พูล อาจจะการันตีแชมป์ตั้งแต่ก่อนลงเตะกับ เอฟเวอร์ตัน วันจันทร์ที่ 16 มีนาคมนี้ เลยด้วยซ้ำ ถ้า “เรือใบสีฟ้า” กล้าๆ แพ้ อาร์เซน่อล (11 มี.ค.) และ เบิร์นลี่ย์ (14 มี.ค.) แบบติดๆ กัน

มิลเนอร์ โชว์ซูเปอร์เซฟ

ถ้า ลิเวอร์พูล ไม่ชนะ บอร์นมัธ เมื่อคืนวันเสาร์ (ชนะ 2-1) มันอาจไม่ได้ส่งผลกระทบร้ายแรงถึงขั้นทำให้พวกเขาชวดแชมป์ลีก แต่เรื่องความมั่นใจถือว่าส่งผลกระทบอย่างแน่นอน อย่างน้อยๆ ก็ในช่วงนี้ ดังนั้นการวิ่งตามไปเคลียร์บอลทิ้งหน้าประตูของ เจมส์ มิลเนอร์ ในเกมดังกล่าว ถือเป็นชอต “ซูเปอร์เซฟ” อย่างแท้จริง เพราะถ้าเสียประตูในจังหวะนั้น “หงส์แดง” อาจจะทำได้แค่เสมอหรือพลิกแพ้เลยก็ได้

เลสเตอร์ หมดลุ้นแชมป์ลีก

ชัยชนะของ ลิเวอร์พูล ในเกมเมื่อวันเสาร์ ทำให้ เลสเตอร์ ซิตี้ หมดลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ อย่างเป็นทางการ เพราะต่อให้ชนะรวดใน 10 เกมที่เหลือ พวกเขาก็ไล่กวด “หงส์แดง” ไม่ทัน (ก่อนเตะกับ แอสตัน วิลล่า วันจันทร์ที่ 9 มี.ค. เลสเตอร์ มีคะแนนตาม ลิเวอร์พูล 32 แต้ม)

เจ้าหนู “กิลมอร์” ติดลมบน

บิลลี่ กิลมอร์ มิดฟิลด์ดาวรุ่งวัย 18 ปี ของ เชลซี ถือเป็นนักเตะที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคนหนึ่งในเวลานี้ เพราะหลังจากที่โชว์ฟอร์มสุดยอดในเกม เอฟเอ คัพ รอบห้า ที่ช่วย “สิงห์บลูส์” อัด ลิเวอร์พูล 2-0 เมื่อกลางสัปดาห์ก่อน ทำให้เจ้าหนู กิลมอร์ ได้สตาร์ตเป็นตัวจริงต่อในเกมลีกนัดล่าสุดที่ เชลซี เปิดบ้านยำ เอฟเวอร์ตัน 4-0 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา และก็ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นตลอด 90 นาทีที่อยู่ในสนาม จนได้รับการสรรเสริญเชิดชูอย่างหนาหู ถือเป็นสัปดาห์แจ้งเกิดของดาวเตะเลือดวิสกี้รายนี้อย่างแท้จริง

มูรินโญ่ จวก เอ็นดอมเบเล่ แบบไม่ไว้หน้า

เกมที่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ บุกไปเสมอ เบิร์นลี่ย์ 1-1 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ดูเหมือนเป็นเกมธรรมดาๆ เกมหนึ่งที่ไม่น่าสนใจอะไร แต่ไฮไลท์สำคัญกลับอยู่ที่หลังเกม เพราะกุนซือ โชเซ่ มูรินโญ่ กล่าวตำหนิแบบหนักหน่วงใส่ ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่ มิดฟิลด์ค่าตัวแพง 52 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,080 ล้านบาท) ว่า เล่นแบบไม่มีความทุ่มเท และเปรียบเสมือนเป็นตัวถ่วงของทีมในช่วงครึ่งแรก เพราะหลังจากที่เปลี่ยน โจวานี่ โล เซลโซ่ (แทน เอ็นดอมเบเล่) กับ ลูคัส มูร่า (โอลิเวอร์ สคิ๊ปป์) ลงไปในช่วงครึ่งหลัง ทีมดูดีขึ้นอย่างชัดเจน… เจอแบบนี้เข้าไป เอ็นดอมเบเล่ คงจะต้องยกระดับความทุ่มเทเพื่อทีมโดยด่วน

เฮนเดอร์สัน หนึบแท้!!!

ดีน เฮนเดอร์สัน ผู้รักษาประตู เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด (ที่ยืมมาจาก แมนเชเตอร์ ยูไนเต็ด) โชว์ฟอร์มได้เหนียวหนึบอย่างต่อเนื่อง จนตอนนี้ได้รับเสียงเชียร์ให้เป็นมือหนึ่งทีมชาติอังกฤษแทน จอร์แดน พิคฟอร์ด ไปเรียบร้อย เพราะเกมล่าสุดที่ “ดาบคู่” เปิดบ้านเชือด นอริช ซิตี้ 1-0 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมานั้น เฮนเดอร์สัน มีส่วนอย่างมากกับการช่วยทีมคว้าสามแต้ม โดยเฉพาะชอตที่เจ้าตัวโชว์ “ทริปเปิ้ลเซฟ” ถือว่าเข้าตาอย่างแรง

วันแย่ๆ ของ เอแดร์ซอน

จริงๆ แล้ว เอแดร์ซอน นายทวารเลือดแซมบ้าของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถือเป็นผู้รักษาประตูระดับโลกคนหนึ่งในยุคปัจจุบัน แต่เกม “แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้” ที่ ซิตี้ บุกไปพ่าย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-2 เมื่อคืนวันอาทิตย์นั้น ถือเป็นเกมที่เจ้าตัวเสียท่าอย่างแรง เพราะนอกจากขว้างบอลไม่ดีจนถูก สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ยิงสวนเข้าไป จนกลายเป็นประตูย้ำชัยให้กับ “ปีศาจแดง” แล้ว ช่วงต้นครึ่งหลังเจ้าตัวยังโชว์เหวอ รับบอลที่เพื่อนส่งคืนหลังไม่ดี จนเกือบเสียประตูในจังหวะนั้นด้วย (ยังดีที่ล้มตัวเคลียร์บอลได้ก่อน มาร์กซิยาล) และว่ากันว่าประตูแรกที่ แมนฯ ซิตี้ เสีย เจ้าตัวก็น่าจะทำได้ดีกว่านี้ กับการป้องกันลูกยิงของ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

วาร์ดี้ ปลดล็อกปี 2020

สดๆ ร้อนๆ เลยในเกมเมื่อคืนวันจันทร์ที่ เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านยำใหญ่ แอสตัน วิลล่า 4-0 เพราะในที่สุด เจมี่ วาร์ดี้ หัวหอกตัวเก่ง “จิ้งจอกสีน้ำเงิน” ก็ได้ปลดล็อกในปี 2020 เสียที หลังจากที่ลงสนามเป็นตัวสำรองในนาทีที่ 59 มากดคนเดียวสองตุง ซึ่งถือเป็นการกลับมาทำประตูได้อีกครั้งสำหรับ ดาวยิงวัย 33 ปี หลังจากที่ยิงไม่ได้มา 8 เกมติด (รวมทุกรายการ) พูดง่ายๆ คือประตูสุดท้ายที่เจ้าตัวยิงได้ก่อนเกมนี้ เกิดขึ้นในเกมที่ เลสเตอร์ บุกไปแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-3 เมื่อเดือนธันวาคม ปีที่แล้ว