โรเมลู ลูกากู จากตัวตลกก้าวสู่เทพคนใหม่แห่งอินเตอร์ มิลาน

หากย้อนกลับไปช่วงเวลานี้ เมื่อหนึ่งปีที่แล้ว โรเมลู ลูกากู ยังมีสถานะเป็นเพียงดาวยิงตกอับ ผู้ถูกหยามหยันเรื่องทักษะการเล่นฟุตบอล และสภาพร่างกายที่อวบอัดไม่ต่างอะไรกับนางแบบหุ่นอึ๋มบนนิตยสารปลุกใจชาย

แต่ปัจจุบันชายคนเดียวกัน ที่อายุมากขึ้นมาหนึ่งขวบปี กับสีเสื้อที่ผลัดใหม่ จากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาเป็น อินเตอร์ มิลาน สถานการณ์ทุกอย่างในชีวิตของเขา เปลี่ยนไปชนิดหน้ามือเป็นหลังมือก็ว่าได้

เทพบุตรแห่งมิลานคนใหม่ โรเมลู ลูกากู
เดือนกุมภาพันธ์เมื่อหนึ่งปีที่แล้วสถิติการยิงประตูของดาวยิงชาวเบลเยี่ยม ซึ่งสวมเบอร์ 9 ให้กับปีศาจแดง อ่านได้ว่าทำไป 8 ประตูเท่านั้นในเกมลีก แฟนบอลทั้งทีมตัวเองและฝ่ายตรงข้าม ต่างก็ตลกขบขันทุกครั้งที่เขาลงสนาม แล้วแสดงความเซ่อในเรื่องการจับบอลที่ห่างตัว แทบไม่เห็นเลยว่า มีทัษะพื้นฐานของการเป็นนักฟุตบอล รวมไปถึงการทำประตูที่ไร้ประสิทธิภาพไม่อาจฝากความหวังอะไรได้

มันคือความกดดันที่ถาโถมเข้าใส่ชีวิตของเขา และดูเหมือนว่าหลายคนจะเห็นตรงกันว่าโรเมลู ลูกากู ไม่มีจิตใจของนักสู้ที่อยากจะพิสูจน์ตัวเองเลย พูดง่ายๆก็คือ ลูกากู เหมือนเป็นคนประเภทที่ขี้เกียจและไม่สู้ปัญหา แต่คำถามคือมันเป็นเช่นนั้นจริงๆหรือ?

ลองหลับตานึกภาพว่าในช่วงที่เราอายุ 6 ขวบเรากำลังทำอะไรกันอยู่ ?
แน่นอนว่าทุกคนยังแบมือขอเงินพ่อแม่อยู่แน่นอนบางคนยังไม่เลิกกินนมจากขวดด้วยซ้ำหลายคนยังช่วยเหลืออะไรตัวเองไม่ได้เลยเพราะเคยชินกับความสบายที่พื้นฐานครอบครัวมีให้พร้อม แต่ 6 ขวบ ของ โรเมลู ลูกากูต้องดิ้นรนช่วยเหลือตัวเอง ด้วยเพราะฐานะยากจนแร้นแค้นของที่บ้านทุกเที่ยงเขาจะวิ่งจากโรงเรียนกลับบ้านด้วยสภาพเท้าเปล่าเปลือย เพื่อกลับมากินข้าวบ้านเสมอและกับข้าวก็ไม่เคยมีอะไรมากไปกว่า ขนมปังเก่าๆและนม

ลูกากูวัยเด็กทานข้าวแค่สองมื้อเพราะ….?
นั่นเพราะของกินสองอย่างนี้คืออาหารชนิดเดียวที่แม่ของเขามีปัญญาจะหาเงินมาซื้อเก็บไว้ให้ลูกได้กินประทังชีวิตแต่ความยากจนมันไม่เคยปราณใคร เมื่อวันหนึ่ง โรเมลู ลูกากู แบกท้องที่หิวกิ่วกลับบ้านมาเหมือนเคยแต่น้ำนมที่เคยกินประจำ มีรสชาติเปลี่ยนไป

“ผมกลับมาทานอาหารเที่ยงที่บ้านตามปกติ ผมเห็นคุณแม่ยืนอยู่ตรงตู้เย็นด้วยสีหน้าที่ไม่สู้จะดีนัก ในมือท่านถือกล่องนม
และเขย่าก่อนจะยื่นส่งมาให้ผมทานเหมือนเช่นทุกวันแต่ครั้งนี้ นมกล่องดังกล่าวผสมน้ำเปล่าเข้าไปด้วย”

ทั้งบ้านไม่มีเงินเหลือแม้แต่จะซื้อข้าวก็ไม่มีจริงหรอ
คำตอบที่แม่เขาบอกในวันนั้นคือ “บ้านเราไม่มีเงินลูก” ไม่ใช่แค่เรื่องอาการการกินที่เขาต้องสู้ทนประทังชีวิต ให้ผ่านไปในแต่ละวัน เพราะแม้แต่ปัจจัยพื้นฐานอื่นๆอย่างไฟฟ้าก็ไม่มีให้ใช้โทรทัศน์ที่ครั้งหนึ่งเขาเคยใช้ดู ก็ถูกนำไปจำนำ เพื่อแลกเป็นเศษเงินมาหาซื้อของกินเข้าบ้าน

ภาพที่ ลูกกู เห็นเป็นประจำคือคุณแม่ที่สองแกมอาบรื้นไปด้วยคราบน้ำตานั่งลงร้องไห้อยู่ที่พื้น ความรันทดแร้นแค้นสาหัส จนบางครั้งคุณแม่ต้องบากหน้าไปหยิบยืมขนมปังจากร้านค้า มาให้ลูกากูกับน้องกิน

มาดูวันตัดสินใจย้ายจากผีก้าวสู่รั่ว อินเตอร์ มิลาน
ตัดภาพกลับมาที่วันซึ่งเขาย้ายจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไปร่วมทีม อินเตอร์ มิลาน แกรี่ เนวิลล์ ออกมาวิจารณ์ ลูกากู หนักมากเรื่องสภาพร่างกายที่อ้วนฉุ ปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนไม่สามารถสร้างผลงานที่ดีให้ปีศาจแดงได้ และไร้ซึ่งความเป็นมืออาชีพอย่างสิ้นเชิง โดย ณ วันนั้น น้ำหนักตัวของ โรเมลู ลูกากู สูงถึง 104 กิโลกรัม ซึ่งก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าจริงตามที่ แกรี่ เนวิลล์ พูดมา แต่ ลูกากู ก็ได้ตอกกลับตำนานแบ็คขวาของปีศาจแดงว่า

“ความเป็นมืออาชีพของผมไม่เคยถูกตั้งคำถามมาก่อน นั่นเพราะผมมีมันอยู่ในตัวเองเสมอ โค้ชทุกคนที่ผมเคยร่วมงาน ต่างรับรู้ข้อนี้ดี แม้แต่ถ้าคุณไปถาม โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เขาก็จะพูดแบบเดียวกันนั่นคือความเป็นมืออาชีพของผม”

นั่นน่ะสิครับ ความเป็นมืออาชีพของเขามันถูกตั้งคำถามได้อย่างไรในเมื่อจากวันแรกที่ย้ายมาสวมเสื้องูใหญ่ สิ่งที่เกิดขึ้นคือความตั้งใจแน่วแน่ ในการจะรีดไขมันส่วนเกืดนออกจากร่างกาย ช่วงเวลาเพียงครึ่งเดือนในการทำงานกับ อันโตนิโอ คอนเต้
ลูกากู งดของทอดของมัน เนย แอลกอฮอล์ เปลี่ยนเมนูมาเป็นเนื้อไก่และผัก จนสามารถกระชับหุ่นให้กลับมาเข้ารูปเข้ารอยได้อีกครั้ง

นี่คือเครื่องยืนยันว่า หาก โรเมลู ลูกากู ตั้งใจทำอะไรจริงจัง เขาจะทำมันให้สำเร็จจนได้เหมือนเรื่องราวในอดีต สมัยที่ได้โอกาสสัมผัสกับความสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปและสัญญากับตัวเองว่าเป้าหมายในชีวิตคืออะไร

ลูกากูจากส่วนเกินหลายเป็นเทพแห่งงูใหญ่
ในวันที่คุณแม่ของเขาต้อง บากหน้าไปขอยืมขนมปังวันนั้นคือวันที่ โรเมลู ลูกากู ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องเปลี่ยนชีวิตของตนเองให้ได้
เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของครอบครัว และ ฟุตบอล คือคำตอบสำหรับเขา

ลูกากู มุ่งมั่นกับฟุตบอลอย่างมาก จนสามารถยิงประตูให้ทีมอันเดอร์เลชได้อย่างมาก และเป็นความภาคภูมิใจของคุณตาที่คอยเฝ้าดูอยู่ตลอดจนกระทั่งวันหนึ่งคุณตาก็บอกกับ โรเมลู ลูกากู ว่า “ตาฝากเอ็งดูแลแม่ให้ดีๆ ดูแลลูกสาวของตาให้ดีๆนะ”

“ผมสัญญาครับตา”
และห้าวันหลังสิ้นเสียงคำสัญญา คุณตาของเขาก็สิ้นลมจากไปเขามารู้ทีหลังว่านั่นคือคำสั่งเสียสุดท้ายของคุณตานั่นเอง จากนั้น ลูกากู ก็ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของอันเดอร์เลช และสร้างชื่อเสียงของตนเองมาเรื่อยๆ

นี่เป็นเพียง ข่าวบอล เรื่องราวที่ท่านไม่เคยรู้มาก่อนของ นักเตะคนดังของท่าน ครั้งหน้าอยากรู้เรื่องอะไรก็ติดตามได้ที่นี่ ข่าวฟุตบอลวงใจ สถิติบอลต่างๆ ไม่ผลาดทุกเรื่องราวกีฬาลูกหนัง แม้แต่ความคิดของ แดนนี เมอร์ฟีย์ อยากแนะให้หงส์ย้ายทีมมาทดแทน โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ อ่านเพิ่มคลิ๊กเลย